จ้าง Developer / Designer แบบ Project-based ควรเป็นพนักงานหรือ Freelance?
จ้าง Developer หรือ Designer เป็นพนักงานหรือ Freelance แบบไหนเหมาะกับองค์กรมากกว่า? ชวนดูความแตกต่างของลักษณะงาน การควบคุมการทำงาน และรูปแบบการส่งมอบงานก่อนตัดสินใจจ้าง

จ้าง Developer / Designer แบบ Project-based ควรเป็นพนักงานหรือ Freelance?
เมื่อต้องทำเว็บไซต์ พัฒนา Application ออกแบบ Branding หรือสร้างระบบใหม่ หลายบริษัทอาจต้องการ Developer หรือ Designer เพิ่มเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง คำถามที่ตามมาคือ ควรรับเข้ามาเป็น
“พนักงาน” หรือจ้างแบบ “Freelance” สำหรับโครงการนั้นโดยเฉพาะ?
คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าโครงการใช้เวลา 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปีเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูว่าองค์กรต้องการ “ควบคุมการทำงานของคน” หรือ “ต้องการผลสำเร็จของงาน” มากกว่ากัน
ถ้าต้องบริหารเหมือนคนในทีม การจ้างเป็นพนักงานอาจเหมาะกว่า
ลองนึกถึง Developer ที่ต้องเข้าประชุมอัพเดตงานในทุกวัน ทำงานตามเวลาของบริษัท รายงานตรงต่อ Engineering Manager รับผิดชอบงานต่อเนื่องหลายโปรเจกต์ และมีหน้าที่ตามโครงสร้างทีมไม่ต่างจากพนักงานคนอื่น
แม้บริษัทจะเรียกตำแหน่งนี้ว่า Project-based Developer แต่ลักษณะการทำงานอาจใกล้กับ “การจ้างแรงงาน” มากกว่า Freelancer
ในทางกลับกัน หากบริษัทว่าจ้าง Developer ให้สร้างระบบหนึ่งตาม Specification กำหนด Deadline และกำหนดวันจังส่งงานชัดเจน โดยผู้รับจ้างสามารถเลือกวิธีและเวลาทำงานของตนเองได้ ลักษณะดังกล่าวจะใกล้กับการรับทำงานให้ตามผลสำเร็จของงานมากกว่า
กรมสรรพากรใช้ “ผลสำเร็จของงาน” และระดับความเป็นอิสระในการทำงานเป็นส่วนหนึ่งในการอธิบายความแตกต่างระหว่างการจ้างแรงงานกับการรับทำงานให้
Employee กับ Freelance ต่างกันตรงไหน?
Employee กับ Freelance ต่างกันตรงไหน?
| ประเด็น | พนักงาน | ฟรีแลนซ์ / พนักงานสัญญาจ้าง |
|---|---|---|
| เป้าหมายหลัก | ทำงานตามหน้าที่อย่างต่อเนื่อง | ส่งมอบงานตามตกลง |
| การควบคุม | บริษัทกำหนดวิธีการทำงานและรูปแบบงาน | มีอิสระในการทำงานมากกว่า |
| ระยะเวลา | ต่อเนื่องตามการจ้างงาน | ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของงาน เริ่มเมื่อใด สิ้นสุดเมื่อใด |
| ค่าตอบแทน | เงินเดือนออกตามรอบ | จ่ายตามงานหรือแบ่งจ่ายเป็นงวด |
| การบริหาร | อยู่ในระบบ HR และ Payroll | บริหารผ่านสัญญาที่ตกลงร่วมกัน |
ตารางนี้ใช้เป็นแนวคิดเบื้องต้นเท่านั้น เพราะสถานะจริงควรพิจารณาจากข้อเท็จจริงทั้งหมด ไม่ใช่เพียงชื่อสัญญาหรือวิธีจ่ายเงิน
ตัวอย่าง: จ้าง Designer ทำ Rebranding 4 เดือน
หากบริษัทกำหนด Scope ว่าต้องส่ง Brand Identity, Logo System, Brand Guideline และ Artwork ตาม Milestone ที่ตกลง พร้อมเปิดอิสระให้ Designer เลือกวิธีและเวลาทำงาน รูปแบบ Freelancer อาจตอบโจทย์มากกว่า
แต่หาก Designer ต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน รับงานจาก Marketing Manager อย่างต่อเนื่อง ออกแบบทั้ง Social Media, Presentation, POSM และงานอื่นที่เพิ่มเข้ามาตลอด การจ้างในรูปแบบพนักงานจะสอดคล้องกับลักษณะการทำงานมากกว่า
สำหรับ Developer ก็สามารถใช้หลักเดียวกันในการพิจารณา หากจ้างเพื่อพัฒนาระบบหรือเว็บไซต์ตามขอบเขตและระยะเวลาที่กำหนด การจ้างแบบ Freelance อาจเหมาะกับลักษณะงาน แต่หากต้องทำงานร่วมกับทีมภายในอย่างต่อเนื่อง รับผิดชอบระบบในระยะยาว และมีหน้าที่ประจำภายในองค์กร การจ้างเป็นพนักงานอาจเป็นรูปแบบที่เหมาะกับโครงสร้างงานมากกว่า
เลือกผิดรูปแบบ อาจไม่ได้มีผลแค่เรื่องเอกสาร
การจัดประเภทคนทำงานไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่ประเด็นด้าน Payroll ภาษี ประกันสังคม สิทธิแรงงาน และค่าชดเชยในอนาคตได้
ดังนั้น หากบริษัทต้องการคนทำงานแบบเป็นส่วนหนึ่งของทีมและบริหารอย่างต่อเนื่อง ควรวางโครงสร้างการจ้างงานและ HR ให้เหมาะสม แต่หากต้องการ Specialist เพื่อส่งมอบงานเฉพาะโครงการ การใช้ Independent Contractor อาจให้ความยืดหยุ่นมากกว่า
PEO หรือ COR เลือก Service ให้ตรงกับรูปแบบการทำงาน
H On รองรับทั้ง PEO สำหรับการบริหารพนักงาน และ COR สำหรับการดูแล Freelancer หรือ Independent Contractor ช่วยให้ธุรกิจสามารถเลือกโครงสร้างการจ้างที่เหมาะกับแต่ละตำแหน่ง พร้อมลดภาระด้าน HR, Payroll, สัญญา เอกสาร และการจ่ายค่าตอบแทน เพื่อให้ทีมสามารถโฟกัสกับการบริหารงานและการเติบโตของธุรกิจได้มากขึ้น